We use cookies to create the most secure and effective website possible for our customers. Full details can be found here.

สเปซ เอกซ์พลอเรชั่น เทคโนโลยี (SpaceX)

SpaceX เปิดตัวสู่ความสำเร็จกับโฟร์ โฟล วอเตอร์เจ็ท

Space Exploration Technologies Corp. (“SpaceX”) ก่อตั้งขึ้นในปี 2002 เพื่อพัฒนาและผลิตยานส่งและยานอวกาศ SpaceX ประสบความสำเร็จในการปล่อยยานส่ง Falcon 1 และ Falcon 9 และในปี 2008 ก็ได้รับเลือกจากองค์การนาซ่าให้ส่งกำลังเพิ่มให้กับสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS)


วันที่ 25 พฤษภาคม 2012 ยานอวกาศ Dragon ได้กลายเป็นยานลำแรกที่พัฒนาโดยเอกชนที่ได้ไปแนบติดกับสถานีอวกาศนานาชาติ เพื่อทำการส่งมอบน้ำ เสื้อผ้า และอาหารให้กับนักบินอวกาศ วันที่ 28 ตุลาคม 2012 ยาน Dragon เสร็จภารกิจการเสริมกำลังอย่างเป็นทางการครั้งแรกกับสถานีอวกาศนานาชาติ ได้กลับมาพร้อมกับตัวอย่างสำคัญและฮาร์ดแวร์ของสถานีอวกาศ

คุณภาพที่ดีขึ้น การควบคุมที่มากึ้น


SpaceX เคยทำงานในหลายอุตสาหกรรมที่ใช้วอเตอร์เจ็ท วิศวกรมีความคุ้นเคยกับประโยชน์ของวอเตอร์เจ็ทเป็นอย่างดี วอเตอร์เจ็ทที่มีความคล่องตัวมากและสามารถตัดวัสดุได้แทบจะทุกวัสดุ มีความแม่นยำมากพอที่จะตัดรูปทรงใกล้กันหรือติดกันได้ วิธีการเผาไหม้ เช่น การใช้แสงเลเซอร์หรือเครื่องตัดพลาสม่าสร้างบริเวณกระทบโซนร้อนที่สามารถทำให้เกิดรอยร้าวขนาดเล็กได้เมื่อชิ้นส่วนถูกตัดเป็นรูปทรงแล้ว สำหรับอุตสาหกรรมการบินและอวกาศการเกิดรอยร้าวเล็กๆ ถือได้ว่าเป็นความหายนะเลยดีเดียว ดังนั้น ชิ้นส่วสนจึงต้องไปผ่านกระบวนการขั้นที่สองในการที่จะบดขอบแข็งออกไปก่อน แต่ด้วยวอเตอร์เจ็ทไม่มีบริเวณกระทบร้อนเกิดขึ่น จึงไม่จำเป็นต้องมีทำอะไรเพิ่มก่อนชิ้นงานะถูกนำไปใช้ ทำให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย

SpaceX เป็นบริษัทที่มีการผลิตสูง พบว่าการจ้างคนนอกทำงานนั้นจำกัดการควบคุมเรื่องเวลาและคุณภาพ ถ้าผู้ผลิดทำชิ้นส่วนมาผิด หรือชิ้นส่วนมีการเปลี่ยนแปลงการออกแบบ ตารางเวลาและผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบในเชิงลบกันหมด ด้วยการนำงานกลับเข้ามาทำเองในบริษัท วิศวกรของ SpaceX ก็จะควบคุมงานได้ดีกว่าเดิม "จากประสบการณ์การจ้างภายนอกทำงาน เรารู้จักวอเตอร์เจ็ทและความสามารถของมัน. เราเพียงแค่ต้องการการควบคุมที่มากขึ้นในกระบวนการทำงาน" ริก คอร์เตซ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาการปฎิบัติงานกล่าว

มองหาเครื่องวอเตอร์เจ็ทที่ใช่


ในเดือนกรกฎาคม 2010 SpaceX ได้ซื้อเครื่องตัดระบบวอเตอร์เจ็ทรุ่น Mach 3 ที่มีตัวเพิ่มแรงดัน 60,000 ปอนด์ต่อตารางนิ้วและ Dynamic Waterjet® ไม่กี่เดือนต่อมาพวกเขาซื้อโต๊ะรองตัดเพิ่ม ระบบ Mach 2 ระบบที่มีปั๊ม 60,000 ปอนด์ต่อตารางนิ้วถูกซื้อสำหรับการตัดทั่วไป แล้วยังซื้อระบบ Mach 3 อีกหนึ่งเครื่องกับปั๊ม HyperJet® ที่มีอัตราความดัน 94,000 ปอนด์ต่อตารางนิ้วและ Dynamic XD® สำหรับการตัดเอียงและตัด 3D Dynamic XD ถูกนำมาใช้ในการตัดชิ้นส่วน 3D ควบคุมการเกิดรอยร่องแบบเดียวกับที่โฟลพัฒนาขึ้นมาใช้กับการตัดแผ่นราบ

โต๊ะเพิ่ม การผลิตเพิ่ม


SpaceX วางแผนที่จะดำเนินการพัฒนาที่ประสบความสำเร็จและการปล่อยจรวดและยานอวกาศเชิงพาณิชย์ ทำให้ความต้องการตัดที่มีความแม่นยำสูง ชิ้นส่วนถูกตัดอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นนี้ SpaceX จึงซื้อระบบเพิ่มจากโฟล รวมเครื่องรุ่นล่าสุด เทคโนโยลี Mach 4 เพื่อตอบสนองความต้องการความแน่นอนของพวกเขา "เราตัดสินใจที่จะซื้อเครื่องระบบ Mach 4 ของโฟล เพื่อให้เรามีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น" คอร์เตซกล่าว

การเพิ่มเครื่องรุ่นล่าสุดในสาย Mach 4 ของวอเตอร์เจ็ทช่วยให้ระบบมีฐานรองตัด ขนาดเริ่มต้นที่ความกว้าง 2 หรือ 3 เมตร ความยาว 2 เมตร พร้อมความสามารถที่จะยืดความยาวได้ถึง 14 เมตร (48 ฟุต) แต่ละระบบจะถูกควบคุมโดยซอฟต์แวร์โฟลมาสเตอร์ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ผู้ควบคุมโหลดภาพและป้อนข้อมูลวัสดุได้ง่ายๆ คือ ความหนาและ คุณภาพขอบ และเริ่มการตัดชิ้นส่วน นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบปั๊ม เพื่อให้มั่นใจว่ามันทำงานที่ประสิทธิภาพสูงสุด

วิศวกร SpaceX มีความสุขกับประโยชน์ของวอเตอร์เจ็ททันที เพราะประหยัดเวลา ควบคุมได้ และสะดวกในการทำการเปลี่ยนแปลง "เพราะวอเตอร์เจ็ทของเราเป็นของเราเอง และเพราะความสามารถอันกว้างขวาง [ของมัน] ชิ้นส่วนสามารถออกแบบและผลิตด้วยรอบเวลาทำงานภายในวันเดียวกันหรือวันรุ่งขึ้น" คอร์เตซกล่าว "เปรียบเทียบกับเวลารองานสองสัปดาห์หรือมากกว่านั้นเมื่อตอนที่เราจ้างภายนอกทำ"